อว.บูรณาร่วมมือแกัปัญหาความจน 12 หน่วยงานตบเท้าเข้าร่วมเสริมทัพ

กระทรวง อว.ปลื้ม ได้ 12 หน่วยงานรัฐร่วมเสริมทัพกำลังหนุน "การวิจัยและนวัตกรรมแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ”  ประเดิม 10 จังหวัดนำร่อง ผ่านการลงพื้นที่สำรวจ วิเคราะห์สภาพปัญหาเชิงลึกของความยากจน สร้างกลไกค้นหาและสอบทานคนจน ปีนี้ขยายผลเพิ่มอีก 10 จังหวัดปีนี้ เพื่อขยายผลช่วยปลดคนไทยให้หลุดพ้นจากความยากจนอย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ฐานะประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับหน่วยงาน ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ การเคหะแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เพื่อสอดรับตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)  ได้เปิดเผยถึง การกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนเแบบเร่งด่วน ว่าขณะนี้ ทางอว. ดำเนินการโดยนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการพัฒนาพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกัน 

เนื่องจากความยากจนเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจติดตามอยู่เสมอ คนจนถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงของรัฐและสังคม ดังนั้น อว. จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน รวมถึงการวางระบบความคิด (Mindset) และวัฒนธรรม ในการทำให้คนจนเข้มแข็งขึ้นผ่านการฝึกทักษะ ทำให้เห็นโอกาสใหม่ ๆ รวมถึงการเพิ่มโอกาสเข้าสู่ระบบศึกษา การสร้างและปลุกฝังครอบครัวให้เป็นแกนนำในการแก้ปัญหาความยากจน เพราะพื้นฐานของคนไทยเป็นคนเก่ง หรือ ที่เรียกว่า เป็น “คนจนที่ยิ่งใหญ่” ใช้หลักศาสนาและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขณะที่ ภาครัฐและกระทรวง อว. มีหน้าที่แค่เสริมสร้างและเติมเต็มศักยภาพ ทักษะ และระบบคิดให้คนจนไม่รู้สึกว่าเป็นคนที่อ่อนด้อย หรือ ไร้ค่า 

 

ทั้งหมดนี้กระทรวงอว. จำเป็นต้องมีข้อมูลในระดับครัวเรือนที่ชัดเจนเสียก่อน แผนงานวิจัยนี้เริ่มขับเคลื่อนใน 10 จังหวัดนำร่องก่อน  ถือว่าเป็นงานวิจัยแรกที่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า ใคร ที่ไหน ครัวเรือนอะไร ที่ยากจน โดยใช้ระยะเวลากว่า 9 เดือน ในการรวบรวมพื่อทำผลวิจัยออกมา ผ่านบุคลากรทั้งจากนิสิต นักศึกษา อาสาสมัคร กว่า 1,500 คน ในการลงพื้นที่สำรวจ วิเคราะห์สภาพปัญหาเชิงลึกของความยากจน สร้างกลไกค้นหาและสอบทานคนจน  โดยการวิเคราะห์ทุนของคนจนในพื้นที่รายครัวเรือนและรายชุมชน ครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 92,656 ครัวเรือน หรือ 352,991 คน จากจำนวนกลุ่มเป้าหมายเดิม 131,040 คน 

ด้าน ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา  ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.). กล่าวว่าจุดเด่นของโครงการดังกล่าว นอกจากการตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อคือ  คนจนที่แท้จริงในพื้นที่เป็นใคร, อยู่ที่ไหน จนด้วยสาเหตุอะไร จะสามารถใช้ทุนเข้าไปช่วยเหลือให้หายจนอย่างเบ็ดเสร็จและยั่งยืนได้อย่างไร  ในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่อง เนื่องจากมีดัชนีความก้าวหน้าของคนด้านรายได้ของครัวเรือนต่ำที่สุด คือ ปัตตานี อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน ชัยนาท สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ 

 

นอกจากนี้ ยังเป็นการทำงานแบบปูพรมและแก้ไขปัญหาผ่านองค์ความรู้ทางวิชาการ  ผ่านกลไกการทำงานที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ เพื่อทำให้เกิดระบบช่วยเหลือในแบบสงเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม และระบบการสร้างการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้เกิดรายได้ สามารถดูแลตนเองและครอบครัวอย่างพอเพียง  ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่แผนการแก้ไขปัญหาความยากจนระดับจังหวัดโดยกลไกแก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัดด้วยความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเป้าหมาย 

ขณะที่  นางพัชรี อาระยะกุล  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ กล่าวว่า การทำงานภายใต้แผนงานวิจัยของกระทรวง อว. ที่เข้าไปสำรวจและค้นหาคนจนได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งมีการติดตามด้านการเพิ่มศักยภาพคนจนในแต่ละพื้นที่ สอดกล้องกับเป้าหมายของ กระทรวง พม. ที่ให้ความสำคัญกับเข้าไปครอบครัวในกลุ่มคนจนเปราะบาง ที่มีคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือบุตรหลานที่ต้องดูแล  ทาง พม. จึงพร้อมที่จะร่วมมือกับ กระทรวง อว. ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาในทุกมิติ และส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป 

 

สำหรับ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับหน่วยงาน ในครั้งนี้ บพท. จะส่งต่อระบบข้อมูลและตัวเลขคนจนทั้งหมด 92,656 ครัวเรือน เข้าสู่ระบบช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ  

 

โดยปี 2564 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีแผนขยายพื้นที่เป้าหมายจากเดิม 10 จังหวัด เป็น 20 จังหวัด  ได้แก่ บุรีรัมย์ นราธิวาส อุบลราชธานี ลำปาง พัทลุง นครราชสีมา ร้อยเอ็ด พิษณุโลก เลย และยะลา เพื่อให้เกิดการขยายผลการใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้จากการวิจัย ในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนต่อไป

Visitors: 3,851,331