วช.หนุน ม.ธรรมศาสตร์พัฒนาเทคโนโลยีผลิตปุ๋ยเม็ดรักษ์โลก ลดการเผาตอซังฟางข้าว แต่เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 18 %

ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  เปิดเผยว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมมาจัดการความรู้ก่อนการนำไปถ่ายทอดให้แก่กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมจึงทำการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการความรู้จากผลงานวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์แล้วและนำสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ  ตามความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ภายใต้โครงการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรม  วช.จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว เพื่อการใช้ประโยชน์ในชุมชนเกษตรกรรายย่อย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร  และลดการเผาตอซังฟางข้าว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการเกิด PM.2.5  


รศ.ดร.ดุสิต  อธินุวัฒน์  สาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลััยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เปิดเผยว่า หลัังจากที่ได้รับทุนสนับสนุจาก วช. วิจัยและพัฒนาการผลิตปุ๋ยคอกอัดเม็ดผสมจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าว เพื่อลดการเผาตอซังฟางข้าวในชุมชนเกษตรกร หลังจากนั้นได้รับทุนต่อเนื่องจาก วช. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีีการผลิตและการใช้ปุ๋ยคอกให้แก่เกษตรกร และได้ดำเนินโครงการเสร็จสิ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  โดยดำเนินการในพื้นที่ 10 จังหวัด ภายใต้ความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดังนี้  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด  ได้แก่ อุดรธานี ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ (2 พื้นที่) นครราชสีมา ขอนแก่น อำนาจเจริญ  ภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี และนครนายก  ภาคตะวันออก คือจังหวัดชลบุรี ในทุกพื้นที่จะมีแปลงนานำร่อง 5 ไร่  สำหรับสาธิตวิธีการดำเนินงาน และการอบรมให้ความรู้เกษตรกรในการผลิต การขยาย และรักษาเชื้อจุลินทรีย์ และวิธีการทำปุ๋ยเม็ด จนเกษตรกรสามารถผลิตได้ด้วยตัวเอง พร้อมกันนี้ได้มอบเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยขนาดครัวเรือนให้เกษตรกรไปกลุ่มละ 1 เครื่อง เพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตปุ๋ยใช้ในชุมชน จนกระทั่งเกิดการขยายผลในทุกๆพื้นที่ ๆ ละ 200 ไร่ ในส่วนของการใช้ปุ๋ยเม็ดมีวิธีดำเนินการคือ หลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว จะหว่านปุ๋ยเม็ดผสมจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายตอซังฟางข้าวในอัตรา 100 กิโลกรัม/ไร่  จากนั้นไถกลบฟางข้าว แล้วทิ้งไว้ 14 วัน เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงาน เมื่อตอซัังฟางข้าวย่อยสลายก็จะได้ปุ๋๋ยหมักที่มีธาตุอาหารทั้ง ไนโตรเจน (N) โปรตัสเซียม (P) และฟอสฟอรัส (K) ประมาณ 600-700 กิโลกรัม อยู่ในนาข้าว (จากปุ๋ยเม็ด 100 กิโลกรัม และฟางข้าวในนาที่ถูกย่อยสลาย ประมาณ 500 - 600 กิโลกรัมต่อไร่)  ซึ่งเพียงพอสำหรับสำหรับใช้เป็นธาตุอาหารในการปลูกข้าวฤดูกาลถัดไป ระหว่างการเพาะปลูกเมื่อข้าวออกรวง  จะให้เกษตรกรนำน้ำหมักของโครงการที่มีจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่คัดสรรมาฉีดเพื่อเพิ่มน้ำหนักรวงข้าว และที่สำคัญคือ ในช่วงการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกจะไม่มีการเผากลบตอซังฟางข้าวเลย เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการเพาะปลูกแบบเดิม เปรียบเทียบการใช้ปุ๋ยเม็ดผสมจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวจะให้ผลดีดังนี้ 

 

1) ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาฝุ่น PM. 2.5  ที่เกิดจากการเผาตอซังหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 50 เปอร์เซนต์  

 

2) สภาพพื้นดินร่วนซุยมากขึ้น  ทำให้รากข้าวสามารถหาอาหารได้ดีขึ้น ตามปกติหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว  เกษตรกรจะทิ้งตอซังฟางข้าวให้แห้งคาแปลงนาประมาณ 4-5 เดือน ดินจึงแห้งและแข็ง  จนเมื่อถึงฤดูกาลเพาะปลูกครั้งใหม่จึงเริ่มไถกลบและเผาตอซังฟางข้าวเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก  แต่วิธีการที่โครงการลงไปให้คำแนะนำ เป็นการไถกลบหลังจากเก็บเกี่ยวไม่นาน  ในขณะที่ดินยังมีความชื้นทำให้ดินร่วนซุยได้มากกว่าวิธีที่เกษตรกรเคยทำ  

 

3) ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 26 / ไร่  จากที่เคยทดลองในแปลงข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวจาก 600 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 760 กิโลกรัม/ไร่   

 

4) ลดการใช้ปุ๋ยได้ประมาณ 800 -1,200 บาท/ไร่ เพราะตลอดฤดูกาลเพาะปลูกมีปุ๋ยจากตอซังฟางข้าว เกษตรจึงไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเพิ่ม 5) ผลจากการลดต้นทุุน เพิ่มผลผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 18 %  6) เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการผลิต-ขายปุ๋ยเม็ดผสมจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าว เท่าที่ทราบในขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการอบรมที่จังหวัดอุดรธานีให้ความสนใจผลิตปุ๋ยเม็ดผสมจุลินทรีย์เพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม

 

สำหรับแนวทางในอนาคตควรจะมีการขยายผล และรณรงค์ให้มีการใช้ปุ๋ยเม็ดผสมจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวเพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยเพื่อใช้ในชุมชน  ในส่วนของโครงการได้มีการอบรมเกษตรกรไปแล้วประมาณ 400 คน  และทั้งหมดก็มีขีดความสามารถที่จะเป็นครูต้นแบบเพื่ออบรม ขยายผลความรู้นี้สู่เกษตรกรรายอื่นๆ

Visitors: 3,967,987