เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เร่งขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ ‘Beyond100’ เตรียมเปิดตัวอัครยนตรกรรมไฟฟ้า 5 รุ่นใหม่ ปี 2025

 แผน Five-in-Five มุ่งมั่นที่จะผลิตอัครยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นใหม่ทุกปีตั้งแต่ปี 2025 โดยทุกรุ่นได้รับการออกแบบและพัฒนา ณ โรงงาน เมืองครูว์
 การลงทุนมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านปอนด์มุ่งเปลี่ยนกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเบนท์ลีย์และเมืองครูว์ให้กลายเป็น 'Dream Factory' โรงงานแห่งอนาคตชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัลและมีความยืดหยุ่นพร้อมด้วยระบบการผลิตที่ครบครันและล้ำสมัย
 อีกก้าวของนวัตกรรมในการลดผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030
 ความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2025 โดยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตจะมีค่าเป็นศูนย์ภายในปี 2030
 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตอัครยนตรกรรมไฮบริดด้วยรุ่น Flying Spur PHEV และรุ่น Bentayga PHEV

 

(ครูว์ 26 มกราคม 2565) เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกาศเร่งขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ ‘Beyond100’ ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยกุญแจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือแผน Five-in-Five ซึ่งเป็นแผนที่จะเปิดตัวอัครยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นใหม่ทุกปีตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ตอกย้ำนิยามใหม่ของเบนท์ลีย์ในฐานะผู้ผลิตอัครยนตรกรรมที่ยั่งยืน

 

เบนท์ลีย์ มอเตอร์สได้เปิดเผยการลงทุนที่มีมูลค่ากว่า 2.5 พันล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 111,986,400 บาท เพื่อบรรลุกลยุทธ์นี้ และตั้งเป้าว่าตั้งแต่ปี 2025 อัครยนตรกรรมไฟฟ้าคันแรกจะได้รับการออกแบบ พัฒนา และผลิต ณ สำนักงานใหญ่ในเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ การเปิดเผยดังกล่าวเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กับทีมงานที่เมืองครูว์ ภูมิภาค และสหราชอาณาจักรอันเป็นฐานการผลิตที่มีมูลค่าสูงและยั่งยืน การลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการคิดค้นโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตของเมืองครูว์ขึ้นมาใหม่เพื่ออนาคตสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไปและทีมงานของเบนท์ลีย์ ซึ่งกำลังจะกลายเป็น 'Dream Factory' โรงงานแห่งอนาคตชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัลและมีความยืดหยุ่นพร้อมด้วยระบบการผลิตที่ครบครันและล้ำสมัย

 

บริษัทฯ ได้พัฒนาและสร้างสรรค์สถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างเมืองครูว์ขึ้นมาใหม่ โดยการสร้างโรงงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนและผ่านการรับรองระดับชั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรม การลงทุนใหม่และการเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ ‘Beyond100’ จะเป็นพื้นฐานในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการผลิตและการดำเนินงานในโรงงานทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ที่จะดำเนินงานด้วยความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030

 

โดยแผนการล่าสุดจะเป็นการขยายกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ โรงงาน ในเมืองครูว์ ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนแผงโซลาร์เซลล์จาก 30,000 เป็น 40,000 ในอีกสองปีข้างหน้า มากไปกว่านั้น เบนท์ลีย์ มอเตอร์สกำลังทดสอบการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับรถยนต์ ซึ่งรวมถึงอัครยนตรกรรมคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ ส่วนผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายของเบนท์ลีย์จะได้รับการสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายในด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนทั้งระบบภายในปี 2030 พร้อมด้วยซัพพลายเออร์ในการบรรลุมาตรฐานด้านความยั่งยืน การดำเนินการนี้จะขยายไปสู่เครือข่ายผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก โดยแต่ละแห่งมีเป้าหมายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2025

 

แนวทางของ Dream Factory แห่งใหม่ได้รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขั้นตอนการผลิต โดยหลังจากประสบความสำเร็จในการผลิตที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2019 เบนท์ลีย์ มอเตอร์สยังตั้งเป้าที่จะลดการใช้น้ำ ของเสีย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ จากการผลิตรถยนต์ทุกคัน ณ โรงงาน เมืองครูว์ จนถึงปี 2030



สำหรับอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ บริษัทฯได้เป็นผู้นำด้านการผลิตอัครยนตรกรรมไฮบริดชั้นนำและพร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัว Flying Spur PHEV ในปี 2022 รวมถึงรุ่นย่อยอีก 5 รุ่น เพิ่มจาก Bentayga PHEV รุ่นปัจจุบันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า โดยคาดว่ายอดขายรถยนต์รุ่นไฮบริดจะเพิ่มขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้


Adrian Hallmark ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส กล่าวว่า “การเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ ‘Beyond100’ ของเราพร้อมไปกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ณ โรงงาน เมืองครูว์กับการลงทุนกว่า 2.5 พันล้านปอนด์ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ 102 ปีของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปรียบเสมือนแสงสว่างสำหรับครอบครัวเบนท์ลีย์ ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรของเรา ตลอดจนอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตในสหราชอาณาจักร



“แถลงการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับแผนกลยุทธ์ ‘Beyond100’ ของเบนท์ลีย์ได้ยืนยันการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีชื่อเสียงของเรา โลกกำลังเปลี่ยนไปและเราจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้น้อยที่สุด นั่นหมายถึงการบรรลุเป้าหมายของเราในการมีความเป็นกลางทางคาร์บอนทั้งระบบภายในปี 2030 และตอกย้ำบทบาทของเราในฐานะผู้นำด้านการผลิตอัครยนตรกรรมอย่างยั่งยืน”

 

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริดอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมมอบบริการหลังการขายรถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริดด้วยศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจรมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต ดำเนินการโดยทีมวิศวกรและช่างเทคนิคมืออาชีพผู้ผ่านการอบรม พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริดโดยเฉพาะนำเข้าจากโรงงาน ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่า เอเอเอสฯ คือ ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทยเท่านั้นที่มีความพร้อมที่สุดในการดูแลรักษารถยนต์เบนท์ลีย์ไฮบริด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร 02-261-1050 หรือ LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8

 

Visitors: 3,968,844