กสศ.นำร่องลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนร.ยากจน เพื่อช่วยกลับคืนสู่ห้องเรียน

ทุกวันนี้ความเจริญก้าวหน้าแทรกเข้าไปทุกหย่อมหญ้า ในยุค 4.0 เทคโนโลยีควบคู่ไปกับการศึกษา แต่เชื่อหรือไม่ยังคงมีนักเรียนยากจนที่ยังตกสำรวจอยู่อีกมากมาย ที่ไม่สามารถมาเรียนหนังสือหรือเดินทางมาเรียนได้เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและครอบครัว 

กสศ.ร่วมกับ สพฐ. ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงเกิดโครงการ “จดหมายลาครู”  เพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา  ซึ่งกสศ.ใช้ระบบคัดกรอง iSEE เป็นเครื่องมือชี้เป้าตอบโจทย์ CSR ของภาคธุรกิจ เดินหน้าคัดกรองช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนพิเศษ เพื่อไม่ให้เด็กเหล่านี้หลุดออกจากระบบการศึกษา แต่เชื่อมั่นว่าเด็กกลุ่มนี้จะได้กลับคืนสู่ห้องเรียนอย่างแน่นอน

 

โดยล่าสุด  กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนทุนเสมอภาคและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนแบบมีเงื่อนไข ที่โรงเรียนบ้านเนินรัก หมู่ 5  ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พร้อมทั้งนี้ ยังมีภาคธุรกิจเอกชน ได้นำระบบ iSEE หรือระบบสารสนเทศ  เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ทำการสืบค้นและชี้เป้าโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุด  ในรัศมีรอบสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ สาขาวังมะนาว จ.เพชรบุรี  เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือด้วย  โดยร่วมบริจาคสมทบ ช่วยเด็กเสี่ยงหลุดนอกระบบการศึกษาด้วย

      

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ด.ญ.กมลชนก ทองเปี่ยม (น้องบีม) อายุ 8 ปี เป็นนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านเนินรัก จ.เพชรบุรี ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนนักเรียนยากจนแบบมีเงื่อนไขนั้น  คุณป้าของ น้องบีม เล่าให้ฟังว่า น้องอาศัยอยู่กับป้าเป็นหลักตั้งแต่เล็ก  ส่วนพ่อแม่หย่าร้างกัน พ่อรับจ้างทำงานอยู่โรงเหล็กใน จ.เพชรบุรี ส่วนแม่รับจ้างทำงานอยู่ จ.นครปฐม ส่งค่าใช้จ่ายมาให้เป็นครั้งคราวเฉลี่ย1,000-1,500 บาทต่อเดือน แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ส่งมาบ้าน ซึ่งที่บ้านมีอาศัยอยู่รวมกัน 7 คน อยู่อย่างแออัด ปัจจุบันน้องบีมมานอนอยู่กับป้า ถ้าวันไหนพ่อกลับมาบ้านก็จะมานอนกับพ่อ

ป้าน้องบีมยังบอกอีกว่า  ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาจากป้าเป็นหลัก ที่มีอาชีพรับจ้างเย็บผ้าส่งโรงงานตามออเดอร์  ด้านสุขอนามัย มีห้องน้ำเก่าๆ บ้านปะมุงด้วยสังกะสี อีกทั้งน้องยังมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้

“ตอนนี้ป้าเป็นห่วงเรื่องการศึกษาต่อ  และกังวลว่ามีเงินไม่เพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน ต้องการให้หลานเรียนจบสูงๆ  ซึ่งหลานเป็นหัวหน้าห้อง  ชอบทำกิจกรรม มีความสามารถพิเศษ รำไทย ทางโรงเรียนจะนำไปแสดงอยู่เป็นประจำ” ป้าน้องบีม กล่าว

ด้าน น้องบีม กล่าวว่า "ครอบครัวหนูมีฐานะยากจน หนูจะตั้งใจเรียนหนังสือสูงๆ หนูชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรียนจบไปอยากเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ และขอขอบคุณกองทุน กสศ. ที่มาช่วยเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้กับหนู"

      

ขณะที่ ด.ช.ปกรณ์เกียรติ แก้วจินดา (น้องจิม) อายุ 6 ปี นักเรียนชั้นป.1 โรงเรียนบ้านเนินรัก จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นนักเรียนที่คาดว่าจะได้รับ  การจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนแบบมีเงื่อนไข จากทาง กสศ. ภายในปี 62 นี้

โดยแม่ของน้องจิม เล่าว่า ปัจจุบันลูกชายอาศัยอยู่กับตน ส่วนพ่อหย่าร้างกันมา 7 ปี  รายได้หลักมาจากแม่รับจ้างต้มหมูวันละ 300-400 ตัว ในโรงฆ่าหมูแถวบ้านมานาน 7 ปี รายได้เฉลี่ยไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน  ขึ้นอยู่กับสุขภาพในแต่ละวัน รายได้ไม่เพียงพอยังนำรถจักรยานยนต์ไปจำนองไว้ 4,000 บาท เสียดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน  เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวและรักษาตัวเอง

ก่อนหน้านี้ตนทำอาชีพเก็บขยะจนกระทั่งร่างกายได้รับการติดเชื้อที่ผิวหนังลุกลามไปถึงสมอง เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่นานกว่าครึ่งเดือน  ผ่านการใช้สิทธิประกันสังคม ล่าสุดเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  หมอสั่งห้ามไปเก็บขยะอีก เกรงว่าจะกลับมาติดเชื้อกลับมาเหมือนเดิม  พร้อมกับให้ยามากินจำนวนมาก จากฤทธิ์ของยายังส่งผลทำให้วิงเวียนศรีษะ ร่างกายย่ำแย่ และยังเป็นโรคฮีทสโตรกเป็นประจำด้วย  ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างหนัก บางครั้งต้องหยุดงานขาดรายได้

เรื่องที่พักอาศัยครอบครัวตนอยู่ในเพิงสังกะสีเก่า ผนังบ้านปะด้วยสังกะสีผุๆ ปลูกอยู่บนที่ดินของญาติ ส่วนเรื่องสุขอนามัย  บ้านไม่มีห้องน้ำ ใช้น้ำบาดาล ไฟฟ้าไม่มี อาศัยพ่วงไฟฟ้าจากบ้านใกล้เคียงใช้เป็นครั้งคราว

ส่วนการเดินทางไปโรงเรียนของลูก ตนก็จะขับรถจักรยานยนต์ไปส่งทุกวัน ระยะทางห่างจากบ้านพักประมาณ 7 กิโลเมตร ตอนนี้ครอบครัวอยากได้รับการปรับปรุงบ้านใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม รวมถึงทุนการศึกษาเนื่องจากรายได้ครอบครัวไม่พอค่าใช้จ่ายลูก

"รู้สึกดีใจมาก  หากลูกชายจะได้รับทุนการศึกษา เพราะลำพังตนเองคงไม่มีเงินที่จะส่งเสียให้เขาได้เรียนจบสูงๆ  มีการมีงานทำที่ดี ต้องขอขอบคุณทุกๆท่านอีกครั้งที่ช่วยเหลือลูก"  แม่ของน้องจิม กล่าว

สำหรับข้อมูลนักเรียนที่ครอบครัวฐานะยากจน ในพื้นที่เพชรบุรีมีจำนวนมาก พบมีอยู่ 18 โรงเรียน และมีนักเรียนที่เข้าเงื่อนไขนักเรียนยากจน ประมาณ 535 คน โดยใช้ระบบ iSEE ของกสศ.

ที่ถือเป็นฐานข้อมูลที่ตรงกับสภาพปัจจุบันมากที่สุด และตรงกับเงื่อนไขที่ภาคเอกชนต้องการช่วย เหลือสนับสนุน ซึ่งสามารถจะออกแบบโครงการทั้งจังหวัด กลุ่มอำเภอ หรือระดับต่างๆ ได้ โดยฐานข้อมูลจะสามารถติดตามผลการเรียนของเด็กว่าเด็กยังได้รับการศึกษาอยู่หรือไม่ หรือหลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วด้วย ทั้งนี้ ภาคธุรกิจเอกชน หรือผู้ที่สนใจ สามารถร่วมบริจาค โดยสอบถามข้อมูลโทร.02-0795475

Visitors: 261,143