สกว.หนุนเทคโนโลยีเภสัชวิทยาเชิงระบบทันสมัยที่สุด

สกว.หนุนเทคโนโลยีเภสัชวิทยาเชิงระบบทันสมัยที่สุด

สกว.จับมือเอกชนหนุนทีมวิจัยจากศิริราชพยาบาลพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบฤทธิ์เชิงชีวภาพของสารสกัดจากธรรมชาติและยาสมุนไพร เทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์และเทคนิคชีววิทยาเชิงระบบที่ทันสมัยที่สุด หวังยกระดับการผลิตและพัฒนายาสมุนไพรไทย รวมถึงสร้างเกณฑ์มาตรฐานในการตรวจวัดฤทธิ์ของสมุนไพร

รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยระหว่างร่วมงานแถลงข่าว และพิธีลงนามความร่วมมือวิจัยพัฒนาสมุนไพร ระหว่าง บริษัท กุยลิ้มฮึ้ง ปราชญา จำกัด และบริษัท เซลล์ ดี เอ็กซ์ จำกัด โดยโครงการวิจัยจากคณะวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในงานมหกรรมสมุนไพรไทยแห่งชาติครั้งที่ 15 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ เทคโนโลยีใหม่เชิงระบบในการวิเคราะห์ฤทธิ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้เทคโนโยด้านเภสัชวิทยาเชิงระบบที่ทันสมัยที่สุด

โครงการ “การพัฒนาบริการตรวจสอบฤทธิ์เชิงชีวภาพของสารสกัดจากธรรมชาติ และยาสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีโอมิกส์แบบเชิงระบบ” ซึ่งมี ดร.สมพลนาท สัมปัตตะวนิช ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าโครงการ เกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. และภาคเอกชน คือบริษัท เซลล์ดีเอ็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพเพื่อพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยด้านเทคนิคการตรวจวัดฤทธิ์เชิงชีวภาพของสารตั้งต้นยาด้วยเทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์และเทคนิคชีววิทยาเชิงระบบ โดยใช้ยาสมุนไพรไทยและยาแผนโบราณที่มีการจัดจำหน่ายอยู่แล้วในท้องตลาด รวมทั้งสมุนไพรบริษัท กุยลิ้มฮึ้ง ปราชญา จำกัด ในการทดสอบฤทธิ์ในโครงการวิจัย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายอุตสาหกรรม  

ด้าน ดร.สมพลนาท กล่าวว่า ตลาดสมุนไพรไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และยังมีโอกาสในการพัฒนาได้อีกมาก อย่างไรก็ตามการยกระดับและเพิ่มมูลค่าสมุนไพรในภาวะปัจจุบันไม่สามารถทำได้ดี เนื่องจากอุปสรรคที่สำคัญหลายประการ อาทิ ขาดการศึกษาสรรพคุณของยาแผนโบราณตามหลักวิทยาศาสตร์สากล การศึกษาโดยใช้ศาสตร์ตะวันตกที่ใช้หลักการการศึกษาสารเดี่ยว ๆ ซึ่งขัดต่อหัวใจของการออกฤทธิ์ของยาสมุนไพรที่มักอยู่ในรูปของสารผสม หรือปัญหาของคุณภาพวัตถุดิบของสมุนไพรที่ควบคุมได้ยาก ดังนั้นองค์ความรู้ของสมุนไพรไทยที่สร้างจากเทคโนโลยีสากลแบบองค์รวมที่ทันสมัย และสามารถจะถ่ายทอดออกมาได้ในภาษาสากล จะส่งเสริมสมุนไพรไทยให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด 

งานวิจัยนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ 1) การหาความสัมพันธ์ของฤทธิ์เชิงชีวภาพของตำรับยาสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบันเบื้องต้นด้วยการวัดการแสดงออกของยีนแบบเชิงระบบ โดยกลุ่มวิจัยได้นำเทคนิค Connectivity Map มาใช้กับการสมุนไพรไทยเป็นครั้งแรก และ 2) การพัฒนาวิธีการตรวจฤทธิ์เชิงชีวภาพซึ่งจำเพาะกับตำรับสมุนไพรแต่ละชนิด ด้วยเทคโนโลยีไบโอเซนเซอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำการทดสอบด้วยต้นทุนที่ต่ำลง โดยโครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดของอุตสาหกรรมการผลิตยาสมุนไพรดังกล่าวมาข้างต้น ผลสำเร็จของโครงการวิจัยนี้จะช่วยยกระดับการสร้างมาตรฐานการตรวจวัดฤทธิ์เชิงชีวภาพของยาสมุนไพร และเกิดการยกระดับการใช้สมุนไพรของไทยให้แพร่หลายต่อไป

อนึ่งภายในงานมีการเปิดตัวดารารับเชิญ "เจมส์ มาร์" ในฐานะตัวแทนของคนรุ่นใหม และเวทีพูดคุยเรื่องผลความร่วมมือกับภาครัฐ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และตำรับยาที่เข้าร่วมวิจัย ตลอดจนการตลาดและการจัดจำหน่ายสู่ผู้บริโภค  

    

   

 
Visitors: 275,035