ผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล “แอนติออกซ์”

ผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล “แอนติออกซ์” ยาพัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันรายการแรกของไทย รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ (Prime Minister Herbal Awards PMHA) ประจำปี 2561 

นพ.วิฑูรย์  ด่านวิบูลย์  ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม  เปิดเผยว่า  องค์การเภสัชกรรมได้ส่งผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล  “แอนติออกซ์” ซึ่งเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันรายการแรกของประเทศไทย โดยใช้บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมและช่วยให้การใช้งานของข้อเข่าดี  ไม่แตกต่างจากยาแผนปัจจุบันยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟนและไม่มีผลข้างเคียงกับระบบทางเดินอาหารเข้าร่วมการประกวดรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ (Prime Minister Herbal Awards PMHA) ประจำปี 2561 ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสความตื่นตัวด้านสมุนไพร และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยาชีววัตถุ และสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งด้านสมุนไพร เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในตลาดเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างยั่งยืน ปรากฏว่าผลิตภัณฑ์ขององค์การเภสัชกรรมได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติด้านยา

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม  กล่าวต่อว่า  ผลิตภัณฑ์แอนติออกซ์ (Antiox) สารสกัดขมิ้นชันในรูปแบบแคปซูลของ อภ.ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นยาจากสมุนไพรที่มีการวิจัยและพัฒนา ซึ่งการขึ้นทะเบียนต้องอาศัยข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิก ข้อมูลทางวิชาการหรือการศึกษาพรีคลินิกภายใต้หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตยาแผนปัจจุบันขององค์การเภสัชกรรม  โดยข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกพบว่าสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันที่มีสรรพคุณเช่นเดียวกันได้ คือ บรรเทาอาการปวดในโรคข้อเข่าเสื่อมจากการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล กับยาต้านอักเสบไอบูโบรเฟน  ในการรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม โดย รศ.พญ.วิไล  คุปต์นิรัติศัยกุล จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  พบว่า สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลขนาดรับประทานครั้งละ 2  แคปซูล 3 ครั้งต่อวัน(วันละ 2,000 มิลลิกรัม) นาน 6  สัปดาห์  ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ ความฝืดข้อ และเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อได้ไม่ต่างจากการใช้ยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟนในขนาดรับประทานครั้งละ 400  มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน(วันละ 800  มิลลิกรัม)  ดังนั้นรศ.พญ.วิไลได้ร่วมกับคณะผู้วิจัยจาก 8   โรงพยาบาล ดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมดังกล่าวใน 8 โรงพยาบาล โดยลดปริมาณสารสกัดขมิ้นชันต่อวันและเพิ่มขนาดยาไอบูโปรเฟนต่อวัน พบว่าสารสกัดขมิ้นชันแคปซูลขนาดรับประทานครั้งละ 2   แคปซูล 3   ครั้งต่อวัน (วันละ 1,500 มิลลิกรัม) นาน 4   สัปดาห์ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ ความฝืดข้อ และเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อได้ไม่ต่างจากการใช้ยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟนในขนาดรับประทานครั้งละ 400   มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน (วันละ 1,200 มิลลิกรัม) อีกทั้งมีความปลอดภัยดี  โดยเฉพาะผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหาร (อาการปวดท้อง/ท้องอืด) ที่มีน้อยกว่าการใช้ยาต้านอักเสบไอบูโปรเฟน

นอกจากนั้นก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากขมิ้นชันองค์การฯ ได้มีการศึกษาทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ(Bypass) องค์การเภสัชกรรมมีความมุ่งมั่นในการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศรวมทั้งส่งเสริมให้มีงานนวัตกรรมด้านสมุนไพร  อันจะนำพาประเทศไทยสู่ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

 

  

 

 

Visitors: 259,125